Take a Break

posted on 07 Mar 2007 01:43 by nut009 in Short

 

[SP] Friend or Not???

 

Take a break

.

.....ห่างกันบ้าง ดีมั้ย?......

......เราเลิกกันรึเปล่า?......

......ไม่อยู่ด้วยกันแล้วอาจจะคิดอะไรออกก็ได้......

 

 

 

++++++++++++++++++++++++

 

 

 

คาเมะเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนจะถอนหายใจอีกเฮือก ทำอย่างนั้นอยู่นับครั้งไม่ถ้วน นึกห่วงปนโมโหเมื่อเห็นว่ามืดขนาดนี้แล้วยามะก็ยังไม่กลับมาเสียที พยายามติดต่อเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะพกโทรศัพท์มือถือไปเพื่ออะไร ถ้าหากไม่คิดจะรับสายแบบนี้ นึกบ่นในใจก่อนจะนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู

คาเมะไม่รอช้า เดินไปยังหน้าประตูด้วยอารมณ์กรุ่นนิดๆ ยิ่งเมื่อเปิดประตูไปพบกับร่างของยามะยืนอยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆลอยเข้ามาเตะจมูกเข้าจนได้ คาเมะสบตากับคนเหลวไหลอยู่อย่างนั้นท่ามกลางความเงียบ

"หนาว จะเข้าบ้าน"

ยามะพูดเสียงห้วน กระแทกตัวผ่านไหล่ของคาเมะไปด้วยความหงุดหงิด คาเมะมองตามร่างที่เดินผ่านตัวเค้าไป สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินตามยามะเข้าไปในครัว

"จะกลับดึกทำไมไม่บอก"

คาเมะถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไร้ความรู้สึก ทั้งที่ในใจความโกรธเริ่มผุดขึ้นมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ อยากจะขึ้นเสียงให้อีกผ่ายเข้าใจว่าเค้ากำลังโกรธ....แต่ไม่ เค้าทำไม่ได้

"..ลืม.."

ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงแบบเดิม ห้วนจัดจนคาเมะชักเหนื่อยใจ ใครกันนะที่สมควรจะโดนโกรธ คนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิดไปอย่างเค้า หรือว่าคนเหลวไหลที่เอาแต่ทำให้คนอื่นเป็นห่วงอย่างยามะกันแน่

"ชั้นห่วง รู้รึเปล่า"

"สนด้วยรึไง ยังมีเวลาห่วงชั้นอยู่รึไง นึกว่าจมอยู่กับการตอบคำถามพวกผู้หญิงเข้าใจยากที่คณะนายซะอีก"

"ก็เค้าไม่เข้าใจ ช่วยได้ก็ต้องช่วยกันไป ชั้นเองก็มีเรื่องต้องคิดเยอะแยะ แล้วยังจะหาเรื่องมาให้เราทะเลาะกันทำไม"

"ถ้ามันมีเรื่องต้องคิดเยอะนักก็ตัดชั้นออกไปจากสมองนายเลยก็ได้"

"มันไม่ใช่แบบนั้น.......ทำไมถึงได้คิดอะไรไร้สาระแบบนี้ได้นะ"

"นั่นสินะ......ไร้สาระจริงๆด้วย"

ยามะเหยียดยิ้มที่มุมปาก หากแต่ไม่ใช่รอยยิ้มสวยงามแบบที่ใครต่อใครชื่นชอบ แต่กลับดูเหมือนกำลังยิ้มเยาะกับคำพูดของคาเมะ ..........ไร้สาระสินะ

"เราห่างกันบ้าง.....ดีมั้ย คาเมะ"

"พูดเรื่องอะไรอยู่......ทำไมไม่คุยกันดีๆหล่ะโทโมะ"

"เราอาจจะใกล้กันเกินไป จนลืมคิดถึงอีกคนก็ได้"

"เรา..........ไม่ได้เลิกกันใช่มั้ย"

"ไม่.......ไม่หรอก บางทีไม่อยู่ด้วยกันแล้วอาจจะคิดอะไรออกก็ได้"

"........โทโมะ"

 

 

.

.

.

 

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องไปทั่วทุกที่ อากาศอบอุ่นแสนสบายนั้นไม่ได้ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวในใจของยามะจางไปแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเดินทางไปเรียนอยู่ดี ขณะที่เดินออกจากบ้านก็ต้องชะงักเมื่อรถยนต์ที่แสนจะคุ้นตาจอดเทียบอยู่ที่หน้าประตูรั้ว ความรู้สึกตีกันปนเปมั่วไปหมด.........ทำไมคาเมะถึงมาอยู่ตรงนี้ได้นะ

"โทโมะ........."

"หืม?"

"ขอไปส่งได้รึเปล่า"

"อื้ม....."

.

.

.

ความเงียบปกคลุมตลอดระยะทางจากบ้านยามะไปถึงมหาวิทยาลัย มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วๆ ท่ามกลางความเงียบนั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยคำถามในใจของทั้งคู่ที่ดูจะคิดตรงกัน.......ดีแล้วหรอที่เป็นแบบนี้

.

.

.

รถของคาเมะจอดสนิทอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย ยามะที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถต้องชะงักเมื่อมือของคาเมะกุมข้อมือของตนเอาไว้ ยามะหันไปมองที่คนขับรถ เลิกคิ้วสงสัย

"เลิกแล้วมารับได้รึเปล่า"

"อย่าเลย จะอยู่ทำงานต่อนิดหน่อย"

"แต่.........."

"ไม่มีแต่ กลับไปได้แล้ว"

ยามะดึงข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุม รีบลงจากรถให้เร็วที่สุดโดยไม่ได้หันกลับไปมองสายตาเว้าวอนของคาเมะที่ส่งมาให้ตัวเอง เพราะถ้าหันกลับไปเค้าเองก็อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

 

 

 

..................................................
.........................................
............................

 

 

 

คาเมะแทบจะเมินหน้าหนีทุกคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวเองกับยามะ ไม่เว้นแม้แต่มันจะออกมาจากปากผู้เป็นแม่ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบ แต่เค้าไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไง.....มันเกิดขึ้นเพราะอะไรคาเมะก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

"ไม่คิดจะไปง้อหนูโทโมะจริงๆหรอคาซึยะ"

"......คิดครับ แต่ยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรให้โกรธ เลยไม่รู้จะง้อยังไง"

"ร้ายแรงขนาดต้องแยกกันแบบนี้เลยหรอ"

"ผมไม่รู้ครับแม่ ไม่รู้อะไรซักอย่าง ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้เพราะอะไร......บางที เราอาจจะไม่ได้คู่กันตั้งแต่ต้นก็ได้"

"อย่าพูดจาสิ้นหวังขนาดนั้นสิ ....ตื้อเข้าไว้ไอ้ลูกชาย"

"ครับ...."

 

 

 

........................................................
..........................................
............................

 

 

 

สภาพจิตใจของยามะตอนนี้ไม่ได้ต่างไปจากคาเมะเท่าไหร่ ติดจะแย่กว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะยิ่งมีคนถามมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเริ่มเรื่องบ้าบอนี้ขึ้นมา ทั้งๆที่จริงแล้วมูลเหตุนั้นมันก็แค่เล็กน้อย......แต่ตัวเองก็ทำให้มันใหญ่โตขึ้นมาจนได้

 

แต่เหตุที่ทำให้ยามะทำตัวเช่นนี้......ก็เพราะคาเมะอยู่ดีนั่นแหละ
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคาเมะ ยามะจะทำตัวงี่เง่าไปทำไม

 

"โทโมะ"

เสียงหญิงสาวเรียกยามะจากประตูหน้าห้อง เมื่อเห็นวี่แววว่าเจ้าของห้องคงไม่เดินมาเปิดประตูให้แน่ๆ คุณนายยามาชิตะเลยถือวิสาสะเปิดประตูเชิญตัวเองเข้าห้องนอนของลูกชายเอง

ผู้เป็นแม่นั่งลงบนเตียงตรงที่ว่างข้างตัวของลูกชาย ยกมือขึ้นลูบหัวร่างบนเตียงด้วยความเอ็นดูปนสงสาร เห็นภาพลูกชายสุดที่รักเป็นเช่นนี้แล้วก็อดห่วงไม่ได้

"ถ้ามันเศร้านัก ทำไมไม่คุยกันซะให้รู้เรื่องหล่ะลูก"

"ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง....รู้สึกแย่ไปหมด"

"คาเมะคุงก็ไม่โกรธหรอก อย่างมากก็แค่น้อยใจ"

"ที่คาเมะไม่โกรธนั่นแหละทำให้ผมยิ่งขัดใจ ทั้งๆที่ผมทำตัวไม่ดี เค้าก็ไม่เคยว่าผมจริงๆซักครั้ง แค่จะขึ้นเสียงกับผมยังไม่เคยเลย......แล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกแย่"

"ยิ่งคาเมะคุงดีเท่าไหร่ ก็ยิงทำให้ลูกรู้สึกแย่ที่ทำตัวไม่ดีกับเค้า...งั้นสิ"

"ครับ"

"งั้นก็ลองทำตัวดีๆซักครั้งนึงสิโทโมะ....อย่างไปง้อเค้าก่อนหน่ะ"

"ผมจะลองดู"

 

 

 

............................................................
..........................................
..........................

 

 

 

ยามะไขประตูบ้าน....บ้านของเค้ากับคาเมะ บ้านที่ไม่ได้กลับมาได้ร่วมสองสัปดาห์ เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเปียโนกำลังบรรเลงอยู่ และดูเหมือนว่าคนที่ทำให้เกิดเสียงก็ชะงักไปเช่นกันเมื่อรู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา

ยามะเดินเข้ามานั่งลงที่โซฟา โดยมีสายตาของคาเมะจับจ้องอยู่มิได้วางตา ยามะเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายเพียงครู่ ก่อนจะเปิดปากทำลายความเงียบที่ก่อตัวขึ้น

"เล่นต่อสิ....อยากฟัง"

คามะพยักหน้ารับคำ นิ้วเรียวบรรจงกดลงบนคีย์สีขาวดำอย่างคล่องแคล่ว จนยามะนึกสงสัย ทั้งที่ตัวคาเมะเองก็ไม่ได้แตะต้องเครื่องดนตรีหลังใหญ่คับบ้านนั้นดังนานแล้ว แต่ก็ยังคงบรรเลงเพลงออกมาได้ราวกับฝึกฝนอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา

"เล่นเพลงเศร้าอีกแล้ว"

"ก็คนมันเศร้า....."

.

.

.

"ชั้นจะกลับบ้านแล้ว แค่มาดูความเรียบร้อยนิดหน่อย"

"เดี๋ยวสิคาเมะ....."

คาเมะเงยหน้ามองยามะพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย ยิ่งงงหนักมากกว่าเดิมเมื่อจู่ๆร่างที่นั่งอยู่ตรงโซฟา เดินมาประชิดตัวพร้อมกับยกแขนกอดเค้าเอาไว้จากด้านหลัง.....ซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของตนเอง

"อย่าไปเลยนะ....บ้านนายคือที่นี่ไม่ใช่หรอ"

.

.

.

"บ้านเราคือที่นี่ไม่ใช่หรอ....แล้วนายจะไปไหน"

"....โทโมะ"

"ได้โปรด อยู่กับชั้น........ถึงชั้นจะงี่เง่า แต่.....อยู่กับชั้นเถอะนะ"

คาเมะคลายวงแขนทั้งสองข้างของคนที่กอดเค้าเอาไว้ออก ยิ่งทำให้ยามะให้ยามะใจเสียมากกว่าเดิม หรือว่าคราวนี้จะโดนโกรธเข้าจริงๆซะแล้ว แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดไว้ เมื่อคาเมะหันหน้าเข้ามาหา รั้งตัวยามะมากอดเอาไว้แน่น...แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกอึดอัดได้

"นึกว่าต้องเป็นอย่างนี้ไปทั้งชาติแล้วซะอีก"

"คิดถึง"

"คิดถึงคาเมะเหมือนกัน"

ยามะช้อนตามองคาเมะที่กำลังอมยิ้ม สบตากันเนิ่นนาน แขนเรียวของยามะที่ครั้งแรกกอดช่วงเอวของอีกฝ่ายเอาไว้ เลื่อนขึ้นมาโอบรอบลำคอของคาเมะเอาไว้ เลื่อนริมฝีปากตัวเองเตะกับเรียวปากบางของอีกฝ่ายเสียเอง สัมผัสเพียงแผ่วเบาเมื่อครู่ออกไม่ได้ทำให้คลายความคิดถึงที่มีของทั้งคู่ไปได้เลย

"แค่นี้ยังไม่พอหรอก"

คาเมะย้ำจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง เนิ่นนานกว่า ร้อนแรงกว่า แต่ก็เจือไปด้วยความคิดถึงมากล้นจนเก็บไม่อยู่ ปลายลิ้นแตะสัมผัสกันยิ่งเพิ่มความต้องการให้สูงขึ้น เร้าร้อนจนยามะต้องเป็นฝ่ายผละออกมาก่อน เสียงหอบหายใจเบาๆทำให้คาเมะต้องหัวเราะออกมา

"อะไรกัน โทโมะเป็นคนเริ่มนะ"

"ก็แล้วจะรีบไปไหนเล่า"

"ยังไม่ทันทำอะไรเลย....แค่จูบเฉยๆ"

"พูดมาก"

"โทโมะ........อยากกอดแน่นๆ ได้รึเปล่า"

"ปกติขอด้วยรึไง"

"งั้นชั้นก็จะทำตามปกติ"

พูดจบก็กดปลายจมูกลงบนแก้มนิ่ม ไซร้จมูกไปตามลำคอระหงส์ กดจูบพร้อมกับขบเม้มลงบนผิวละเอียด แต้มรอยจูบลงบนซอกคอของยามะ รั้งร่างของยามะให้นอนลงที่โซฟา ทาบทับร่างของตัวเองลงบนตัวของยามะอีกที
แตะจูบลงบนริมฝีปากของยามะอีกครั้ง ย้ำสัมผัสลึกซึ้ง..........เร้าร้อน.......ต้องการ

"นี่มันโซฟานะ"

"มันก็นอนลงไปได้เหมือนกัน หรือว่าอยากยืน..."

"บ้ารึไง!!!"

"พูดแล้วก็น่าลองนะ"

"หุบปากไปเลย"

คาเมะหัวเราะคิก โน้มตัวลงมาเบียดร่างด้านใต้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง แนบริมฝีปากอุ่นร้อนสัมผัสลงบนปากยามะอีกครั้ง คลอเคลียหยอกเย้ากับริมฝีปากสีแดงจัดเพิ่มความรู้สึกหวามไหวให้มากขึ้นไปอีก อยากจะแตะต้อง สัมผัสมากกว่านี้ให้ความคิดถึงที่มีนั้นคลายไป

"ทำให้พรุ่งนี้ลุกไม่ขึ้นไปเลยดีรึเปล่า"

พูดชิดกับริมฝีปากอิ่ม กดสัมผัสเบาๆลงบนกลีบปากอีกครั้ง แทรกฝ่ามือผ่านเสื้อยืดของยามะ ไล้สัมผัสไปตามแผ่นหลังเรื่อยมาจนถึงหน้าอก และผิวท้อง รั้งเสื้อยืดตัวบางของยามะให้หลุดไปกองอยู่ที่พื้นข้างโซฟา ริมฝีปากอุ่นพรมจูบลงบนร่างด้านใต้ เสียงครางแผ่วๆในลำคอยิ่งทำให้ความต้องการพุ่งพล่าน ลากปลายริ้วไปตามส่วนที่ไวต่อการสัมผัสให้ยามะสะดุ้งได้เป็นระยะๆ ยิ่งโดนรุกหนักขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกไร้เรี่ยวแรง อีกครั้งที่อาภรณ์ของยามะถูกรั้งออกจากกาย กางเกงขายีนส์ของยามะลอยหวือไปตกอยู่ส่วนไหนของห้องเจ้าตัวก็ไม่มีเวลาจะสนใจ สนใจเพียงแต่สายตาโลมเลียที่มองร่างของตัวเองไม่กระพริบของคนตรงหน้ามากกว่า.......อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้ว

"จะมองอีกนานมั้ยเล่า"

"ไม่นานหรอก เดี๋ยวไม่ได้ทำอย่างอื่น"

ฝ่ามือที่ฝาดลงบนต้นแขนตัวเองไม่ได้ทำให้คาเมะสลดลงแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังหัวเราะชอบใจอีกต่างหาก ปัดริมฝีปากลงบนหน้าผาก ไล้ไปถึงผิวแก้มนิ่ม เลื่อนมาจุ๊บปากเบาๆเอาใจ ยามะอมยิ้มน้อยๆ ไล้มือไปตามสาบเสื้อของร่างด้านบน ก่อนจะลงมือปลดกระตุกออกให้ทีละเม็ด แต่ก่อนจะถึงเม็ดสุดท้ายก็โดนคาเมะฉวยมือเอาไว้เสียก่อน

"มือซนจังเลยนะ หรือว่ารีบ"

"บ้า......ไม่ใช่ซักหน่อย แค่ช่วย"

"อยากถอดให้ใช่รึเปล่า งั้นถอดให้หมดเลยนะ"

เสียงกระซิบแหบพร่าที่ข้างใบหูจบลงพร้อมสัมผัสอุ่นร้อนจากกลีบปากของคาเมะยิ่งทำให้ยามะมือสั่น......แกล้งกันชัดๆ คาเมะอมยิ้มน้อยๆเมื่อเหลือบมองมือเล็กที่ใช้เวลานานเหลือเกินกับการปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายที่เหลืออยู่ ก่อนจะเลื่อนมือตัวเองซ้อนทับกับมือของยามะ ปลดกระดุม รั้งเสื้อของตัวเองออก โยนลงบนพื้นข้างโซฟา เลื่อนมือตัวเองที่ยังคงกุมมือเล็กเอาไว้ จับให้มือของยามะรูดซิปกางเกงลงจนสุด ถอดกางเกงโยนไปคนละทิศกับเสื้อเมื่อซักครู่

"เวลาโทโมะเขินเนี่ย.....น่าฟัดชะมัด"

ว่าจบก็กดปลายจมูกลงบนแก้มใสที่ตอนนี้ร้อนผ่าวแรงๆจนยามะต้องเบนหน้าหนี เบ้ปากนิดๆเมื่อรู้สึกว่าตัวเองโดนแกล้งไม่เลิกซักที แต่จะให้ขัดขืนโวยวายก็ใช่ที เพราะถึงยังไง......ก็มีแต่เสียกับเสียอยู่ดี นิ่งซะคงดีกว่า

"โทโมะ.....ไปพร้อมกันดีมั้ย"

โดยไม่ต้องรอคำตอบ คาเมะเบียดกายตัวเองชิดกับสะโพกบางอย่างเชื่องช้า ย้ำจูบลงบนริมฝีปากอิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า ขยับเข้าหาร่างด้านใต้จนสุด เสียงครางเครือในลำคอพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงของยามะยิ่งทำให้ความอดทนหมดลงไปช้าๆ มืออุ่นกอบกุ่มความรู้สึกของยามะเอาไว้ ขยับมือรูดขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะขยับร่างกายของตัวเองเป็นจังหวะเดียวกันกับมือของตัวเองที่ขยับอยู่

"ฮ๊ะ........อ๊ะ.......คาเมะ.......อื้ม"

"ครับ.....ทำแบบนี้ดีรึเปล่า....."

บทรักที่ทวีความเร้าร้อนมากขึ้นทุกที คาเมะขยับตัวเข้าหาร่างด้านใต้เร็วขึ้น แรงขึ้น ไม่ลืมที่จะเร่งจังหวะมือของตัวเองที่ขยับขึ้นลงให้เร็วขึ้นไปด้วย ยามะแอ่นกายรับสัมผัสหวามไหวอย่างลืมตัว เสียงหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกการกระทำของคาเมะนั้นล้วนร้อนแรง หากแต่ล้วนแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน และหวานหอม

ลมหายใจของยามะสะดุดเฮือกเมื่อความต้องการไปถึงปลายทาง พร้อมกับร่างของคาเมะที่เบียดเข้าหาเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับความรู้สึกอุ่นซ่านภายในร่างกาย คาเมะเลื่อนกายขึ้น แตะริมฝีปากลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อ เลื่อนลงมากดจูบเบาๆที่ริมฝีปากสีแดงจัด

"เหงื่อออกขนาดนี้ ไปอาบน้ำกันดีกว่าเนอะโทโมะ"

ว่าแล้วก็หยุดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ดึงตัวยามะที่กำลังเหวอให้เดินตามตนเองไปโดยไม่รอฟังคำตอบ หายเข้าไปในห้องน้ำ ประตูห้องน้ำถูกปิดลงพร้อมกับเสียงโวยวายของยามะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่วๆดังเล็ดรอดออกมาแทน

 

รู้สึกที่คาเมะบอกว่าจะทำให้ลุกไม่ขึ้นจะเป็นจริงขึ้นมาซะแล้ว

 

 

 

................................................................
..................................................
......................................

 

 

 

ยามะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอย่างเกียจคร้าน หวังจะบังแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามา เบียดกายเข้าหาร่างด้านข้างเพื่อหาความอบอุ่น แขนเรียวของอีกฝ่ายโอบเข้าที่เอวอย่างรู้หน้าที่ รั้งตัวยามะให้ขยับชิดกายตัวเองมากกว่าเดิม
ก่อนจะออกปากถามเสียงงัวเงีย

"สายแล้ว ไม่ตื่นหรอ"

"ไม่เอา.....เพลีย อยากนอน"

คนตอบก็ดูราวกับคนไม่ตื่นเช่นกัน ไร้ประโยชน์จะให้คนงัวเงียสองคนลุกขึ้นมาปลุกกันเอง มาตื่นอีกทีก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยงพอดีเสียแล้ว

"โทโมะ......หิว"

"ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น ขี้เกียจลุก......โทรสั่งเอาสิ"

คาเมะจิ๊ปากขัดใจ แต่ก็ต้องทำตามแต่โดยดีเมื่อเห็นว่ายามะคงไม่คิดจะลงจากเตียงจริงๆ ก็เลยต้องลงเอยที่การโทรสั่งอาหารขยะสุดจะเลี่ยนมากินแก้หิว

.

.

.

หลังจากนอนกลิ้งเล่นอยู่บนเตียงจนคล้อยบ่าย ยามะจังได้ย้ายตัวเองมานั่งดูทีวีที่โซฟาห้องรับแขกแทน โดยมีคาเมะนอนแหมะอยู่บนตักตัวเองอีกที ยามะมองคนที่นอนอยู่บนตักก่อนจะยิ้มออกมา ดวงตาเรียวยังคงจับจ้องอยู่แต่ที่จอสี่เหลี่ยมตรงหน้า ยามะจึงได้ก้มลงแตะปลายจมูกลงบนแก้มของคนที่นอนอยู่เร็วๆซักที ก่อนจะหัวเราะคิดเมื่อคนที่เอาแต่สนใจทีวีเมื่อครู่กระเด้งตัวขึ้นนั่งด้วยความตกใจ

"ตกใจขนาดนั้นเลย"

"เออสิ.....แต่มันเร็วไปนะ เหมือนจะไม่รู้สึกเลย ต้องแบบนี้ต่างหาก"

กดปลายจมูกลงบนแก้มทั้งสองข้างของยามะสลับกันไปมา จนยามะต้องขยับตัวหนีสัมผัสจนชิดโซฟา คาเมะขยับตัวตามประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ท้าวมือลงกับที่วางแขนคร่อมตัวยามะเอาไว้ ร่างในอ้อมแขนที่ดิ้นขลุกขลักในตอนแรกนิ่งไปแล้ว สบตากันเพียงครู่ เปลือกตาบางของยามะก็ปิดลง ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเล็กน้อยราวกับรอรับสัมผัสจากร่างด้านบน แล้วคาเมะก็รู้ความหมายของการกระทำนั้นเป็นอย่างดีจึงได้ประกบริมฝีปากของตัวเองลงบนกลีบปากสวยที่รออยู่ตรงหน้า สัมผัสลึกซึ้งนั้นแสนจะหอมหวานจนไม่อยากจะผละออกไป

"ชั้นคิดถึงโทโมะ....."

"รู้แล้ว เมื่อวานก็บอก"

"อย่าให้เราต้องห่างกันอีกเลยนะ.....ทรมานชะมัด"

"อื้ม......ไม่ทำแล้ว.....ขอโทษนะ"

"ไม่เป็นไรหรอก....ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันแล้วนิ่"

"นายทำให้ชั้นเสียนิสัย ตามใจชั้นจนเคยตัว.......ว่าชั้นบ้างก็ได้ ถ้าชั้นทำอะไรให้ไม่พอใจหน่ะ"

"รู้สึกว่าจะทำไม่ได้นะ......เพราะชั้นก็ตามโทโมะจนเป็นนิสัยไปแล้วเหมือนกัน"

"งั้นก็ตามใจ......แค่นายอย่าไปตามใจคนอื่นก็พอแล้ว...."

"ไม่มีหรอก....แค่โทโมะคนเดียวก็วุ่นจะแย่แล้ว"

แทนที่จะโวยวายเหมือนอย่างเคย ยามะกลับเปลี่ยนหัวเราะชอบใจแทน ขยับตัวลุกขึ้นนั่งเหมือนเดิม ก่อนจะเอนศีรษะลงซบกับไหล่ลาดของคาเมะ จบกันซักทีระยะห่างที่ตัวเองเป็นคนเว้นเอาไว้จนต้องทรมานกันทั้งสองฝ่ายแบบนี้........แต่บางทีการที่คนเราห่างกันมันก็ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ต้องการจริงๆมันคืออะไรกันแน่

 

 

 

 

 

Fin

 

 

 

edit @ 12 Oct 2007 14:50:45 by *-NuT-*

Comment

Comment:

Tweet

โห...เมะพอคืนดีปั๊บจับกดปุ๊บเลยนะเเก ไม่ค่อยหื่นเลยนะพ่อพระเอกของเรา
ส่วนพีจังก็อย่างอนเมะมันบ่อยเลยนะ เเยกกันเเล้วก็ทรมานกันทั้งสองฝ่าย อยู่ด้วยกันล่ะดีเเล้ว

#4 By อายคร้า........ (124.120.25.181) on 2008-01-19 18:41

ก้อคนมันขี้หึงนี่เนอะ..
อาจมีทะเลาะกันบ้าง..
แต่ก้อจบลงด้วยดี...
แหม!! มีแฟนหน้าตาดีก้องี้แหละ...เน้อ..

#3 By bM (202.5.80.1) on 2007-03-31 21:32

หวาดดี
อ่านคอมเม้นแล้วนะค่ะ
ก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่าฟิคตอนที่ 3 นี้ปอนเองยังแต่งไม่จบค่ะ เนื่องจากไม่มีอารมณ์แต่งได้เพียงแค่วอนฮัน กะเอาไว้ว่าจะรอจนคิดเรื่องต่อได้
แต่พอดีเพื่อนของปอนเค้าอยากจะลองแต่งฟิคดูปอนก็เลยให้ pass กับ use เอาไว้ ก้อต้องยอมรับจริงๆว่า ปอนเข้ามาในบล็อกดดยไม่ได้อ่านอะไรเลย มาถึงก็จะเอาแต่อิดิทอย่างเดียว-*- เนื้อหาฟิคเป็นไงก็ไม่รู้
แต่พอเห็นคอมเม้นก็เลยลองอ่านดู ก็ต้องบอกว่า "ขอโทดจริงๆค่ะ" เพราะมันเหมือนกันมากจริงๆ
มันก็เป็นความผิดของปอนเองแหละ ก็ต้องขอยอมรับผิดค่ะ แต่ปอนไม่เคยคิดที่จะเอาผลงานใครมาทำแบบนี้นะค่ะ! เพราะเราเองก็แต่งฟิคบางทีถ้ามันเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา มัน...ก็หมดกำลังใจ
color of ma tears ของ cinnamon ปอนก็รู้จัก เคยคุยกัน เพราะงั้นปอนสาบานได้ค่ะว่า...ไม่ใช่ปอนแน่ๆ
แต่ก็คงต้องขอโทดจริงๆนะค่ะ
p.s. ฟิคตอนที่สามนี้ปอนจะแต่งไม่อีกรอบค่ะ เพราะงั้นต้องขอโทดด้วย
ขอบคุณที่เข้าไปอ่านค่ะ

#2 By HEENIM* on 2007-03-29 09:06

กี๊สสสสส หวานซะ

ฉากสวีททำแทบหยุดหายใจ

#1 By nanz (203.113.17.167) on 2007-03-24 21:57