Love Addict - Tomohisa's side

posted on 04 Aug 2005 21:14 by nut009 in Short

Love addict 

Tomohisa's side

.

 

สัปดาห์นึงผ่านไปผมก็ยังคงอดคิดถึงเค้าไม่ได้ แต่จะให้ผมไปเจอเค้าได้ยังไงหล่ะในเมื่อตัวเค้าเป็นคนบอกออกมาเองว่า.....

"เราห่างกันซักพักดีกว่า"

ผมนั่งคิดมาทั้งอาทิตย์ว่าผมทำอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า ที่ผ่านมาผมดูแลเค้าไม่ดีพอหรือยังไงกัน หรือว่าที่ผ่านมาเค้าไม่เคยสัมผัสได้ว่าที่ผมทำไปทุกอย่าง เพราะ........ผมรักคาซึยะ.........

"นั่งเหี่ยวแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ลองไปง้อเค้าดูสิ" เสียงนึงดังแว่วมาพร้อมกับร่างสูงในชุดกราวกำลังก้าวเข้ามาในห้องตรวจผู้ป่วยที่ผมอยู่


"ยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิด จะง้อได้ยังไงหล่ะ" ก็ถ้าผมคิดออกว่าทำผิดอะไรผมไม่มานั่งบื่ออยู่แบบนี้หรอก
แฟนคนสวยของนายนี่เข้าใจยากจริงๆ ช่วยไม่ได้นะเพื่อน ตบบ่าผมเบาๆเหมือนปลอบใจ ใช่สิ ใครจะเข้าใจง่ายแบบจุนโนะแสนดีของมันกัน


"นายเคยทะเลาะกับจุนโนะบ้างรึเปล่า" ตั้งแต่ผมรู้ว่าเพื่อนผมคนนี้มีแฟนมา ยังไม่เคยเห็นซักครั้งที่จินกับจุนโนะจะทะเลาะกันแรงๆ


"มันก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ร้ายแรงหรอก" ผมพยักหน้าเข้าใจ


"พี นายหน่ะลองไปง้อเค้าดูสิ ถามเค้าดูว่าทำผิดอะไร มานั่งซึมกระทื่ออยู่แบบนี้ไม่ได้อะไรหรอก" ไม่รู้เหมือนกันว่าจินหลอกด่าผมหรือว่าอยากช่วยผมกันแน่ แต่เอาเถอะ รับไว้พิจารณา



...................................................
............................................
....................................

 


ผมหลงรักคาซึยะตั้งแต่ยังไม่รู้จักเค้าซะด้วยซ้ำ ด้วยความบังเอิญที่วันนั้นผมมีธุระต้องคุยกับอาจารย์หมอคาเมนาชิ เลยต้องเข้าไปที่ห้องท่าน แอบเหลือบไปเห็นกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นภาพของชายคนนึงกำลังฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ ดวงตาหลับพริ้ม มีรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก ภาพนั้นทำให้ผมติดใจ แล้วก็ดูเหมือนอาจารย์หมอจะรู้สึกได้


"ลูกชายผมครับ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน" ไม่รู้ด้วยเหตุผลประการใดที่ทำให้อาจารย์หมอ เจ้าของโรงพยาบาลผู้เงียบชรึมผู้นี้ยอมเล่าเรื่องลูกชายตัวเองให้ผมฟัง


"มีปัญหากันหรอครับ" คุณคาเมนาชิพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ


"เด็กดื้อชอบคิดเองเออเองว่าพ่อไม่เข้าใจหน่ะครับ.........แกคงเหงาด้วยแหละ แม่แกเสียไปนานแล้วหน่ะครับ ตัวผมก็ยุ่งเรื่องงานที่โรงพยาบาล ไม่ค่อยมีเวลาให้แกเท่าไหร่ ตอนแรกก็หวังอยากให้ดูแลกิจการโรงพยาบาลนี้ต่อ แต่เห็นจะยากนะครับ พอมีปากเสียงกันนิดหน่อยแกก็ออกจากบ้านไปนั่นแหละ" คุณคาเมนาชิยังคงพูดแบบปลงๆ ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่ตัวอาจารย์หมอเองไม่ยอมไปตามลูกชายกลับมา แต่จากที่ฟังแล้ว ลูกชายของอาจารย์หมอ และตัวอาจารย์หมอเองคงดื้อไม่แพ้กันนั่นแหละ



...................................................
.........................................
...............................



หลังจากนั้นภาพของคนนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจผมอยู่เสมอ แล้วปาฏิหาริย์ก็เข้าข้างผมจนได้ คืนนั้นผมนัดกับจินที่ผับแต่กลับโดนเพื่อนตัวดีดันเบี้ยว หนีไปเที่ยวกับแฟนซะอย่างนั้นแหละ ด้วยความเซงผมก็เลยนั่งดื่มอยู่ซักพัก จนกระทั่งได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นในราย แล้วสายตาผมก็หยุดอยู่ที่ต้นเสียง...........เจ้าของเสียงนั้นคือคนๆเดียวกับผู้ชายหน้าสวยในรูป ลูกชายของคุณคาเมนาชิไม่ผิดแน่

ดูเหมือนว่าเค้าจะต้องการความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ชายที่กำลังจากลากเค้าไปทำมิดีมิร้าย((มั้ง)) เท่านั้นแหละผมก็รีบรุดเข้าเอาตัวเค้าออกมาจากกลุ่มชายเหล่านั้นแล้ว.........แต่เข้ากรรมคุณหนูคาเมนาชิก็เมาใช่ย่อย ครั้นผมจะพาไปส่งที่บ้านเค้า ผมก็ไม่รู้จัก เลยพากลับบ้านตัวเอง สาบานได้ตอนแรกผมไม่ได้คิดอกุศลจะทำอะไรเค้านะ...........แต่เชื่อเถอะ ถ้ารู้เรื่องต่อไปนี้ต่อให้คุณแสนดีเป็นสุภาพบุรุษซักแค่ไหนก็อดใจไม่ไหวหรอก

ระหว่างอยู่บนรถคุณหนูคาเมนาชิผู้นี้ไม่มีท่าทีจะสร้างความวุ่นวายใดๆ ผมแอบเหลือบมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่ที่เบาะด้านข้าง ยิ่งเจอตัวจริงผมยิ่งรู้สึกติดใจจนเลิกไม่ได้ คนๆนี้มีอะไรดึงดูดสายตาและจิตใจผมตลอดเลยจริงๆ แล้วมาก็ถึงบ้านผมโดยสวัสดิภาพ ดูเหมือนจะราบรื่นไม่มีเหตุการณ์ใดแต่เพียงแค่ผมจะเอาตัวเค้าขึ้นขี้หลังเท่านั้นแหละ เจ้าตัวก็ดันลืมตาตื่นขึ้นมา


"ตื่นแล้วหรอ........." เสียงผมขาดหายไปพร้อมกับริมฝีปากบางที่แตะเข้าที่ปากผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หน่ำซ้ำจูบของเค้ายังคงร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมดันไหล่บางออกช้าๆ เสียดายเหมือนกันนะแค่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันค้ำคออยู่


"คือว่า.........." อีกครั้งที่ผมยังไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากของเค้าก็ประกบเข้ามาที่ปากผมอีกครั้ง แล้วจูบของเค้าก็เพิ่มความเร้าร้อนมากขึ้นไปอีก พาอารมณ์ของผมตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้


ผมดันไหล่เค้าออกอีกครั้ง.......ยังครับ ครั้งนี้ไม่มีจูบอีก แต่........


"พาผมไปที่ห้องสิครับ" เสียงของเค้ากระซิบแหบพร่าที่ข้างหูผม ลมหายใจร้อนๆกับดวงตาเรียวที่แววตาวิบวับเป็นประกายบอกว่าอารมณ์ของเค้ากับผมก็ร้อนขึ้นไม่แพ้กัน

ร้อยทั้งร้อยผมเชื่อเลยแค่นี้ก็ไม่มีใครหยุดอยู่แล้ว หนึ่งในนั้นก็ผมนั่นแหละ ผมก็แค่คนธรรมดามีชีวิตจิตใจ เจอขนาดนี้คำว่าสุภาพบุรุษ หรือคุณหมอแสนดีที่เคยค้ำคออยู่ผมก็สลัดทิ้งได้ทั้งนั้นแหละ.......



....................................................................
.......................................................
.............................................



จุดเริ่มต้นของผมกับคาซึยะดูไม่น่าพิศสมัยเลย ทั้งผมและคาซึยะรู้อยู่แก่ใจดี แต่มันก็แค่เริ่มต้นไม่ใช่หรอ ผมก็หวังอยากจะให้เรื่องราวของเราดำเนินไปต่อตามแบบฉบับของคนรักทั่วๆไป ถึงแม้ผมหรือตัวคาซึยะเองจะไม่เคยเอ่ยปากว่าเราเป็นคนรักกันก็เถอะ แต่การกระของเรา 2 คนจะต่างอะไรไปจากคนรักหล่ะ

ผมไปหาคาซึยะที่โรงเรียนสอนดนตรี ที่ที่คาซึยะเรียกว่าบ้านอยู่เสมอ ทุกวันเลยก็ว่าได้........อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน ทำอะไรร่วมกันแบบที่คนรักกันพึงกระทำ เป็นอยู่อย่างนั้นจนกระทั้งมาถึงตอนที่คาซึยะบอกให้เราห่างกันนั่นแหละ ด้วยเหตุผลประการใดผมไม่ทราบหรอก

ผ่านไป 1 สัปดาห์เต็มๆที่ผมห่างกับคาซึยะไป โทรศัพท์ยังไม่มีเลย โกรธผมจริงๆหรอ หรือว่าเบื่อผมไปแล้ว ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ จนมีโทรศัพท์สายนึงโทรเข้ามา


"คุณหมอยามาชิตะใช่มั้ยครับ" เสียงปลายสายถามมา


"ใช่ครับ ไม่ทราบว่าใครหรอครับ" เบอร์แปลกๆที่ผมไม่คุ้นเคย แต่เสียงที่ปลายสายก็คุ้นหู


"ผมนิชิกิโด เรียว เพื่อนคาเมะนะครับ" แล้วก็กระจ่าง เพื่อนคาซึยะคนที่เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเหมือนกันนั่นเอง


"คือว่าผมอยากให้คุณช่วยมาดูคาเมะหน่อยหน่ะครับ คุณหนูเค้าหอบเบียร์กลับมาดื่มที่บ้านมาร่วมอาทิตย์แล้ว เตือนก็ไม่ฟัง" เสียงของเพื่อนคาซึยะคนนี้ดูจะเอือมกับการกระทำของคาซึยะพอดู


"ครับ แล้วผมจะแวะเข้าไปที่โรงเรียนครับ" ผมรับคำแล้วก็วางสายไป มีเรื่องอะไรที่จะทำให้คาซึยะต้องดื่มอยู่ทุกคืน.......เรื่องของเราอย่างนั้นหรอ



.................................................
..........................................
.....................................



ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องคาซึยะอย่างคุ้นเคย เห็นร่างเล็กนั่งพิงผนังระเบียงด้านนอก ไม่มีท่าทีจะรู้ว่าผมเข้ามาในห้อง เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้นก็เห็นว่าเค้าหลับคากระป๋องเบียร์เปล่าในมือไปแล้ว ไหล่บางห่อเข้าหากันเพราะลมเย็นๆที่พัดอยู่นอกระเบียง ผมอุ้มเค้าไปวางที่เตียงพร้อมกับจัดแจงห่มผ้าให้ จูบที่ริมฝีปากบางที่ปรารถนามาทั้งสัปดาห์อย่างรักใคร่ หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำก่อนจะกลับมาสอดตัวนอนข้างคาซึยะแบบที่เคยทำ

ตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาแต่ยังไม่ได้ลุกไปไหน มองคาซึยะที่หลับโดยไม่มีท่าทีจะตื่นอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าเวลาหลับหรือเวลาตื่นผมก็ละสายตาไปจากคาซึยะไม่ได้..........ผมขาดคาซึยะไม่ได้........ซักพักผมก็ลุกไปจัดการตัวเอง ปล่อยให้คาซึยะหลับอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งผมได้ยินเสียงเรียก

"ครับ......ตื่นแล้วหรอ" ถามพร้อมรอยยิ้มที่มีให้คาซึยะเสมอ


"มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงฮะ" ดูคาซึยะจะรู้สึกแปลกไม่น้อย ไม่รู้หรอว่าเมื่อคืนผมพาเข้าห้องมา


"มาดูแลเด็กดื้อสิครับ ใครเตือนก็ไม่ฟัง เครียดเรื่องอะไรหรอครับต้องดื่มหนักขนาดนี้หลายๆวันติดกันหน่ะ" แอบคิดเอาเองว่าเรื่องที่คาซึยะคิดมากคงจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมคิด ลูบผมคาซึยะเบาๆ


"เปล่าครับ......ไม่ได้เครียดอะไร อยากดื่มก็ดื่ม ว่าแต่ โทโมะไม่เข้าเวรหรอฮะ" ใช่ ผมไม่ได้เข้าเวรอู้งานมาดูแลเด็กดื้อยู่นี่ไง


"แลกเวรกับหมอคนอื่นหน่ะครับ ใครจะทิ้งให้คาซึยะตื่นมามึนหัวอยู่ได้ทุกวันจริงมั้ย" เมื่อกี้ผมเพิ่งโทรไปให้จินเข้าเวรแทนผมเอง


"ผมอยู่คนเดียวได้ ว่าแต่โทโมะเถอะ ผมว่าคุณคงลืม เราควรจะอยู่ห่างกันซักพักไม่ใช่หรอ" ฟังคำพูดคาซึยะแล้วถึงกับสะอึก.......สรุปแล้วว่าไม่ได้คิดถึงผมอย่างที่ผมคิดถึงเลยรึยังไงกัน


"อยากให้เป็นแบบนั้นหรอครับ.......งั้นผมไปก็ได้นะ" ความเศร้าเกาะกินหัวใจผมด้วยความรวดเร็ว สงสัยผมคงจะไม่เคยมีความหมายอะไรสำหรับคาซึยะเลย กำลังจะเดินออกจากห้องไปแต่คาซึยะก็รั้งผมไว้ก่อน


"โทโมะ.........อย่าไปนะฮะ..........ผม.....ขอโทษ" เค้ากอดผมเอาไว้แน่นเหมือนว่าผมจะหายไปไหน รู้สึกถึงน้ำอุ่นๆซึมผ่านเสื้อมาโดนผิวของตัวเอง ผมหันกลับมากอดคาซึยะเอาไว้ จูบที่หน้าผากมนเบาๆ


"อย่าไล่ผมไปไหนอีกนะครับ............ผมอยู่โดยไม่มีคาซึยะไม่ได้" น้ำตาของคาซึยะยังคงไหลอยู่อย่างนั้น ผมปาดน้ำตาออกจากดวงตาเรียวสวย จูบคาซึยะอีกครั้ง พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูคาซึยะ


"ผมรักคาซึยะ..............รู้รึเปล่าครับ" แล้วเค้าก็ซุกกับบ่าของผม


"ถ้าไม่บอก.......ก็ไม่รู้หรอกฮะ" คาซึยะก็ยังไม่เคยทิ้งคราบเด็กดื้อเลยซักครั้ง แต่ยังไงคาซึยะก็เป็นเด็กดื้อที่น่ารักที่สุดสำหรับผมอยู่นั่นแหละ


"ที่ผ่านมาไม่คิดว่าผมรักบ้างรึยังไง" ผมอดน้อยใจไม่ได้ ไม่รับรู้ความรู้สึกผมเลยรึยังไง


"ไม่รู้นิ่........ก็โทโมะไม่เคยบอก ไม่เคยถาม ไม่เคยพูดอะไรซักคำ เอาแต่ให้ผมคิดเอง" ที่โกรธผมเพราะเรื่องนี้รึเปล่านะ........


"คาซึยะก็ไม่เคยบอกผมเหมือนกันนิ่ครับ........." ผมก็ว่าไปอย่างนั้นแหละ ผมรู้ว่าคาซึยะไม่มีทางบอกรักผมก่อนหรอก


"มันไม่เหมือนกันนิ่ ผิดที่โทโมะนั่นแหละ" ผมแอบอมยิ้ม........เขินอยู่ใช่มั้ยหล่ะ


"ก็ได้ครับ ผิดก็ผิด แต่ตอนนี้ผมบอกคาซึยะแล้วนะครับ........แล้วคาซึยะหล่ะรักผมบ้างรึเปล่า" ตอนนี้ผมบอกไปแล้วนิ่....ถึงตาคาซึยะบ้างแล้ว


".............ผมก็..........รักโทโมะ" ช่างเป็นประโยคที่น่าฟังที่สุดเท่าที่เคยฟังมาเลย

"ตกลงว่าตอนนี้ผมเป็นอะไรกับคาซึยะหรอครับ" ผมถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ


"อย่าเงียบแบบนี้สิครับ ตอบผมหน่อยนะ" แล้วคาซึยะก็ยังไม่ตอบ ผมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนจมูกชนกัน


"..........โทโมะ........เป็น......คนรัก...ของผมครับ" คาซึยะพูดเบาๆ แต่ผมก็ได้ยินอยู่ดีแหละ


"คาซึยะก็เป็นคนรักของผมเหมือนกัน........." พูดจบผมก็หมายจะจูบคาซึยะอีกครั้ง....แต่นิ้วเค้าแตะที่ปากผมก่อน


"พอก่อนนะครับ.........ผมหมดแรงไปหมดแล้ว" ผมลืมไปสนิทเลยว่าเมื่อคืนเค้าดื่มหนัก คงจะมึนหล่ะสิ


"หมดแรง........เอาเถอะครับ ผมเอาวิตามินมาให้......แก้เมาค้างหน่ะครับ กินยาแล้วนอนพักซะ วันนี้ไม่มีสอนใช่มั้ย ไว้ค่ำๆผมแวะเข้ามาหาใหม่" ผมลูบผมคาซึยะอย่างอ่อนโยน ให้คาซึยะทานยาแล้วนอนเหมือนเดิมก่อนจะเตรียมตัวออกไปทำงาน


"โชคดีนะครับ กลับมาเร็วๆนะผมจะรอ" เสียงของคาซึยะดังขึ้นแล้วเจ้าตัวก็ซุกหน้าลงกับผ้านวม น่ารักซะไม่มี จนผมอดหัวเราะไม่ได้


........................................................
..............................................
.......................................



ช่วงค่ำผมกลับมาที่โรงเรียนสอนดนตรีแห่งนี้อีกครั้ง เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมรู้สึกแย่สุดๆ แต่เวลานี้ผมก็รู้สึกดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ......เพราะคาซึยะ.....

ที่หน้าห้องเรียนของคาซึยะ ผมเห็นเรียวกับอุจิแอบแง้มประตูมองอะไรบ้างอย่างในห้องอยู่ ซึ่งก็คงไม่พ้นคาซึยะนั่นแหละ....เสียงเปียโนพริ้วๆที่ลอดออกมาน้องห้องบอกได้ดี ท่าทางว่าคนเล่นจะอารมณ์ดีเสียด้วยเพลงถึงได้ออกมาไพเราะอย่างนี้ พอ 2 คนนั้นเห็นผมก็ยิ้มแหยๆพร้อมกับหลีกทางให้ผมเข้าไปในห้อง

ผมแอบย่องเข้าไปเงียบๆโดยไม่ให้คาซึยะรู้ตัว จนผมเดินมาประชิดอยู่ข้างหลังแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัวอีก ผมก็เลยโอบเค้าไว้จากด้านหลัง พร้อมกับจมูกที่ซุกไซร้ไปตามแก้มเนียน ทำเอาคาซึยะสะดุ้งเฮือกไปพร้อมกับฝ่ามือที่ฝาดลงบนท่อนแขนของผมไม่เบาเลย


"มาเงียบๆ ตกใจหมด" นอกจากจะทำร้ายร่างกายผมแล้วยังว่าผมอีก แฟนใครนะใจร้ายจัง


"ผมเข้ามาตั้งนานแล้วคาซึยะไม่สนใจผมต่างหาก" แต่จริงๆผมตั้งใจให้ไม่รู้ตัวต่างหาก เวลาคาซึยะตกใจน่ารักจะตายไป
เข้ามาแล้วไม่เรียกหล่ะครับ เอียงคอเล็กน้อย..........แต่น่ารักสุดๆ ทำไมไม่ว่าคาซึยะจะทำอะไรก็ดูน่ารักสำหรับผมไปเสียหมดนะ


"เห็นคาซึยะเพลินอยู่ครับ เลยไม่อยากเรียก" จริงๆแล้วถ้าเรียกผมก็ไม่ได้แกล้งคาซึยะสิ..........จริงมั้ย..........

"วันนี้ผมเจอพ่อคาซึยะด้วย" ดูเหมือนว่าคุณคาเมนาชิผู้พ่อจะอยากเจอลูกชายอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยความปากแข็งที่ถอดแบบกันมาทั้งพ่อลูกเลยได้แต่พูดทักทายเพียงเล็กน้อยที่บังเอิญเจอลูกชายเข้า


"พ่อเล่าอะไรให้ฟังรึเปล่าฮะ" คาซึยะถามท่าทางรุกรี้รุกรน ปิดอะไรผมอยู่รึเปล่าน้า


"เล่าเรื่องอะไรดีหล่ะครับ ลองบอกสิเผื่อจะใช่เรื่องเดียวกับที่พ่อคาซึยะบอกผมมา" จริงๆแล้วคุณคาเมนาชิไม่ได้บอกอะไรผมมากมาย เพียงแต่บอกว่าบังเอิญเจอลูกชายที่โรงพยาบาลเท่านั้นเอง ว่าแต่คาซึยะมาทำไมน้า มาหาผมรึเปล่า


"เอ่อ........ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะฮะโทโมะ" คาซึยะเบือนหน้าหนีไป มีอะไรปิดบังแหงๆ


"อ้าว เมื่อกี้ยังมีอยู่เลยนะครับ บอกหน่อยสินะ เผื่อว่าผมจะรู้ไง" ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ คาซึยะก็ถอยห่างออกไปเรื่อยๆ แต่จะห่างได้แค่ไหนกันในเมื่อผมกอดเค้าอยู่


"ไม่มีอะไรจริงๆ โทโมะอย่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆสิฮะ" แก้มเนียนๆของคาซึยะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้นเรื่อยๆ


"ใช่เรื่องที่คาซึยะไปที่โรงพยาบาลเมื่อวานรึเปล่าครับ" ในเมื่อไม่ยอมบอกผมถามเองก็ได้ จนสุดท้ายคาซึยะก็ต้องพยักหน้ารับว่าไปมาจริงๆ


"ไปธุระหรอครับ หรือว่าอยากไปหาใคร คนที่ไปหาจะใช่ผมรึเปล่าน้า" ..........น่าคิดๆ


"ไม่รู้ ไม่รู้ ผมจะไปหรือไม่ไปก็เรื่องของผมนะ" พอเดาถูกคาซึยะก็งองแงงอย่างนี้ทุกทีสิ แต่ก็ถือว่าผมเดาถูกใช่มั้ยหล่ะ
ไปหาผมรึเปล่าครับ ผมก็ยังคงถามตื้อไม่เลิก วันนี้ถ้าไม่รู้เรื่องผมไม่เลิกพูดเรื่องนี้จริงๆด้วย


"บอกแล้วไงฮะว่าไม่รู้ อยู่ๆดีมันก็ไปเองนี่หน่า ไม่ได้ตั้งใจไปหาโทโมะซักหน่อย" ดูเหมือนยิ่งผมพูดเท่าไหร่คาซึยะก็ดูจะงอแงมากขึ้นเท่านั้น....พูดตรงใจหล่ะสิ


"โอเคครับ ไม่ต้องเขิน คิดถึงผมเหมือนกันใช่มั้ยหล่ะ" ผมยิ้มอย่างเป็นต่อ คาซึยะเบ้ปากตามแบบฉบับเด็กเอาแต่ใจ


"จะคิดยังไงก็เชิญแล้ว.........ผมไปอาบน้ำนอนดีกว่า" ทำท่าจะลุกเดินหนีไป แต่ผมรั้งข้อมือไว้ก่อน


"จะอาบน้ำหรอ........ดีเหมือนกัน ผมอาบด้วยจะได้ไม่เสียเวลาไง" ทีนี้ผมไม่รอคำตอบจากคาซึยะแล้ว ว่าแล้วผมก็อุ้มคาซึยะขึ้นห้องไปทันที


ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณหมออย่างผมจะต้องมาสยบให้คุณหนูสุดเอาแต่ใจคนนี้ แต่เชื่อเถอะว่าผมติดคาซึยะเข้าแล้วจริงๆ ต่อให้คาซึยะงอแงมากกว่านี้ หรือเอาแต่ใจมากกว่านี้ ผมก็รับได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆคาซึยะแบบนี้ อะไรผมก็ยอมทั้งนั้นแหละ เพราะ โทโมฮิสะคนนี้ รักคาซึยะมากที่สุด

 


Fin

 

 

 

edit @ 19 Oct 2007 14:51:04 by *-NuT-*

Comment

Comment:

Tweet

แก้มปริค่ะ ไม่รู้จะบอกยังไง อ่านไปยิ้มไป โครตมีความสุข ขอบคุณนะจ๊ะ สำหรับฟิคน่ารักๆ

#1 By nanz (203.147.59.10) on 2006-05-05 11:54