Love Addict - Kazuya's side

posted on 28 Jul 2005 22:21 by nut009 in Short

Love accict 

Kazuya's side

.

 



ผมลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมกับความรู้สึกว่าห้องของตัวเองกำลังหมุนไปรอบๆเลยทำให้ต้องหลับตาลงอีกครั้ง กำลังจะตะโกนเรียกชื่อใครบ้างคนที่ปกติจะคอยดูแลผมตอนเช้า......แต่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ผมเพิ่งบอกเค้าไปเมื่ออาทิตย์ก่อนว่า

"เราห่างกันซักพักดีกว่า"

ผมนึกขำพร้อมกับสมเพชตัวเองอยู่ไม่น้อย ทั้งๆที่ผมอยากจะลองใจเค้าดู ว่าจะรู้สึกยังไงกับคำพูดของผม แต่ดูเหมือนกับเค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้นเท่าไหร่ เพียงแค่รับคำแล้วเดินจากไปโดยไร้คำบอกลา หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก แค่โทรศัพท์ยังไม่โทรมาเลย มีแค่ตัวผมเสียอีกที่เอาแต่นั่งคิดว่าตัวเค้าจะเสียใจบ้างรึเปล่า ซึ่งคำตอบก็คงจะเป็น......ไม่......

ลืมตาขึ้นตั้งสติอีกครั้งแล้วลุกขึ้น ครั้งนี้ห้องไม่ได้หมุนรอบตัวอย่างคราวที่แล้ว เพียงแต่พื้นจะดูเอียงไปกว่าปกติก็เท่านั้น  เดินเข้าไปในห้องนั้นชำระร่างกายของตัวเอง พลางนึกถึงตารางเข้าสอนในวันนี้ ดูเหมือนว่าจะมีแค่ช่วงเช้าเท่านั้น

"ว่าไงคาเมะหน้าโทรมมาเชียว เมาค้างรึยังไง" เสียงทุ้มทักขึ้นกวนประสาทหูแต่เช้า ผมหันกลับไปค้อนที่ต้นเสียง แต่เจ้าของเสียงดูไม่สะทกสะท้านหนำซ้ำยังยิ้มให้ผมอย่างเป็นต่ออีกต่างหาก


"ไม่พูดก็ไม่มีใครบอกว่าเป็นใบ้นะเรียวจัง" ยามเช้าที่ไม่สดใสอยู่แล้วของผมจะยิ่งหม่นหมองลงเพราะเรียวจังนั่นแหละ


"มาทำเป็นเหี่ยว ไล่เค้าไปเองแท้ๆนะคาเมะ" นั่นไง แล้วเรียวจังก็พูดแทงใจดำผมเข้าจนได้ น่าโมโหที่สุด


"เลิกพูดเรื่องนี้ได้รึเปล่า อุจิ ดูดิ่เรียวจังแกล้งชั้นแต่เช้าเลย" เมื่อหยุดปากเรียวจังเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งผู้ช่วยกันหน่อย แล้วก็ได้ผลเสมอด้วย


"เรียวจัง พอได้แล้ว ไปสอนได้แล้วเดี๋ยวนักเรียนรอนาน" แล้วเรียวจังก็เดินเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายหันมาแลบลิ้นใส่ผมอีก


"คาเมะ นายก็ไปสอนได้แล้ว จะได้ไม่ฟุ้งซ่านไง" อุจิยิ้มให้ผมกลายๆ ไม่วายพูดให้ผมรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำ เหมือนกันทั้งคู่เลย ทั้งอุจิทั้งเรียวจัง สมแล้วที่รักกันได้



.................................................................
...................................................
......................................



ในห้องเรียนเด็กนักเรียนของผมกำลังนั่งซ้อมอยู่ที่เปียโนตัวใหญ่ เมื่อเห็นผมเปิดประตูเข้าไปก็ส่งยิ้มมาทักทายพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วหันกลับไปสนใจที่คีย์เปียโนเหมือนเดิม

"ได้ซ้อมมาจากบ้านรึเปล่าครับ ยูโตะ" เด็กชายพยักหน้าให้ผมอีกครั้ง


"วันนี้คุณหมอไม่ได้มาหรอครับคาเมะจัง" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับคำถาม ทำไมมีแต่คนถามถึงหมอนั่นจังนะ จะทำให้ผมคิดถึงหมอนั่นไปถึงไหน


"เค้าคงไม่ว่างมั้งครับ ทำไมยูโตะถึงถามถึงเค้าหล่ะ" จะให้ตอบไปว่าผมเป็นคนไม่ให้มาก็กระไรอยู่จริงมั้ย


"เห็นปกติคุณหมอตัวติดกับคาเมะจังตลอดนิ่ครับ......วันนี้ไม่เห็นเลยแปลกใจ" นั่นสินะ ปกติเค้ามักอยู่กับผมเสมอ ปลุกผมตอนเช้า ทานอาหารด้วยกัน จนผมเข้าสอนแล้วตัวเค้าเองก็ไปทำงาน


..........เวลาเค้าไม่อยู่มันเหงาขนาดนี้เลยหรอ...........



..............................................................
..................................................
.......................................


ช่วงบ่ายผมแอบหนีคำจิกกัดของเรียวจัง กับคำแนะนำของอุจิที่ให้ผมไปขอโทษคุณหมอคนดีของพวกเค้าซะ แทนที่จะมาทนนั่งเหงาอยู่แบบนี้ มันก็อยากอยู่หรอกนะ แต่มันน่าอายนี่หน่า ผมเป็นคนบอกให้เราอยู่ห่างกัน แล้วจะให้ผมไปบอกเค้าว่าขอโทษเนี่ยนะ ทำได้ยังไงกันเล่า ผมมันก็แค่คุณหนูฟอร์มจัดคนนึงเองนะ

หลังจากขับรถเล่นอยู่ได้ซักพัก......มารู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลซะแล้ว อะไรกัน นี่ผมคิดถึงเค้ามากขนาดนั้นเลยรึยังไง แล้วการกระทำก็ไปไวกว่าสมองอีกครั้งเมื่อผมลงจากรถเดินไปยังแผนกเด็กโดยไม่รอช้า ผมหยุดยืนอยู่ที่เก้าอี้ยาวที่นั่งพักของคนไข้ ........เค้า.......อยู่ตรงนั้น ร่างโปร่งในชุดกราว นั่งยองๆอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงคนหนึ่ง รอยยิ้มของเค้าดูใจดีแล้วก็อ่อนโยนเหมือนเก่า แบบนี้สินะที่ทำให้เป็นที่รักของคนไข้วัยเด็กและแม่คนไข้ทั้งหลายกันนักหนา ผมเลยเผลอยิ้มตามไปด้วย

แล้วก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อคิดว่าถ้าหากเค้าหันมาเจอ ไอ้เจ้าฟอร์มที่ผมรักษาไว้เสียตั้งนานมันจะหายไปหมด ก็เลยกลับหลังหันรีบเดินหนีไปซะดื้อๆ แต่แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเดินชนกับชายในชุดกราวอีกคน



"คาซึยะ" เสียงของผู้ชายตรงหน้านั้นแสนจะคุ้นเคย ถึงแม้จะไม่ได้ยินมานานแรมปีก็เถอะ แต่ใครจะลืมเสียงพ่อของตัวเองได้


"พ่อ........." พูดเบาๆราวกับคุยอยู่กับตัวเอง



ผมกับพ่อมีปัญหากันนิดหน่อยเรื่องการเรียนต่อของผม พ่อผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ อยากจะให้ผมเป็นหมอเพื่อดูแลกิจการโรงพยาบาลต่อ แต่ด้วยเลือดศิลปินที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ผมเลือกที่จะเดินตามทางของตัวเองโดยการมาเปิดโรงเรียนสอนดนตรีกับเพื่อนๆอีก 2 คน เรียวจังและอุจิ เลยทำให้พ่อไม่พอซักเท่าไหร่ ผมเลยเนรเทศตัวเองออกมาจากบ้าน แล้วโรงเรียนสอนดนตรีเล็กๆแห่งนี้เองก็กลายมาเป็นสถานที่ที่ผมเรียนกว่าบ้านแทน

"มาหายามาชิตะหรอ" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พ่อรู้เรื่องของผมกับเค้าด้วยรึยังไงกัน แต่ไม่ว่าพ่อจะรู้ได้ยังไง ผมก็ไม่อยากให้รู้อยู่ดีนั่นแหละ


"เปล่าครับ....แค่ผ่านมา" ตอบสั้นๆ ไม่ได้โกหกด้วย ผมเปล่ามาหาเค้า จริงๆนะ


"งั้นหรอ ทะเลาะกันรึยังไง" ผมยู่หน้าอีกครั้ง ทำไมพ่อจะต้องคอยทำเป็นผู้รู้เสมอเวลาอยู่กับผมด้วยนะ


"จะทะเลาะกันรึเปล่ามันก็เรื่องของผม ผมขอตัวนะครับ" ว่าแล้วก็เดินกระแทกไหล่ผ่านไป ผมก็รู้ว่ามันไม่มีหรอกนะที่ทำแบบนี้กับพ่อ แต่อารมณ์มันพาไปนี่หน่า


................................................................
....................................................
..........................................


ผมกลับมาที่โรงเรียนพร้อมกับหอบถุงใบใหญ่เข้ามาเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด พอเรียวจังกับอุจิเห็นก็ต้องส่ายหน้าด้วยท่าทีหน่ายๆ


"กินเข้าไปเบียร์หน่ะ กินแล้วก็เมา เป็นแบบนี้มาทั้งอาทิตย์แล้วนะคาเมะ ถ้ามันแย่นักก็ไปขอเค้าคืนดีสิ" เรียวจังพูดกับผมเหมือนโกรธๆ แต่ผมสนที่ไหนหล่ะ


"คาเมะ แบบนี้จะแย่เอานะ" อุจิช่วยพูดอีกคน แต่ผมก็ไม่วายเดินหนีความหวังดีของเพื่อนขึ้นห้องของตัวเองไปอย่างหน้าตาเฉย ก็ผมซื้อมาแล้วนิ่ จะให้เอาไปทิ้งรึยังไง

ผมนั่งลงที่ระเบียง ทอดสายตาออกไปไกล กระดกของเหลวมีฟองสีเหลืองเข้าปากต่างน้ำ ทำไมต้องมีแต่ผมที่คิดถึงเค้าด้วยหล่ะ ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเราเรียกว่าอะไรกัน เราเป็นคนรักกันรึเปล่า ผมไม่รู้หรอก เค้าไม่เคยบอก และผมก็ไม่เคยถาม ผมเหนื่อยกับการวิ่งตามเค้าตลอดเวลา ไม่รู้จริงๆว่าที่ผ่านมา......ที่อยู่ด้วยกัน ที่นอนด้วยกัน ที่ทำทุกอย่างร่วมกัน..........นั่นเรียกว่าความรักรึเปล่า ผมไม่รู้ ไม่รู้เลยจริงๆ

การพบกันครั้งแรกของเราไม่ได้หวานซึ้งโรแมนติกอย่างใคร แต่กลับไม่น่าพิศสมัยเสียด้วยซ้ำ วันนั้นผมตื่นมาในยามเช้าพร้อมกับร่างกายเปลือยเปล่า ในห้องของชายแปลกหน้า ที่มารู้ทีหลังว่าเค้าชื่อ......ยามาชิตะ โทโมฮิสะ......เค้าบอกว่าผมเมาเละเทะอยู่ในผับ กำลังจะโดนชายอื่นรุมโทรม คุณหมอแสนดีก็เลยมาช่วยไว้ แล้วก็แถมด้วยการฟันผมเป็นรางวัล น่าปลื้มมั้ยหล่ะ

ถึงตรงนี้ผมน่าจะซัดหน้าเค้าซักเปรี้ยงให้คุ้มค่าพรหมจรรย์ที่ผมรักษาไว้ 20 ปีเต็มๆ แต่เปล่า ผมกลับนิ่งเฉยกับการกระทำของเค้าเพียงเพราะแววตาของเค้าช่างอ่อนโยนจนผมแทบจะละลายได้ รอยยิ้มของเค้าขโมยหัวใจของผมไปตั้งแต่แรกเห็น ผมก็เลยถลำลึกจนได้เรื่องมาจนถึงตอนนี้ น่าสมเพชความใจง่ายของตัวเองดีแท้ ว่าแล้วก็ซัดเบียร์ต่อจนมึนกันไปข้างนึง

รู้สึกตัวนิดๆว่าเหมือนมีใครกำลังอุ้มผมเข้ามาในห้อง พยายามจะหรี่ตามองซักเท่าไหร่ ก็ไม่รู้ซักทีว่าใคร รู้แค่สัมผัสนี้อบอุ่นและคุ้นเคย แต่ตอนนี้ผมก็เมาเกินกว่าจะคิดออกว่าใครที่แสนดีช่วยอุ้มผมเข้ามานอนที่เตียงอุ่นๆแทนที่จะเป็นระเบียงแข็งๆข้างนอกนั่น รู้สึกสบายตัวมากขึ้นเมื่อมีผ้าชื้นๆไล้ไปตามร่างกาย ก่อนจะตบท้ายด้วยสัมผัสแผ่วๆที่ริมฝีปาก อาจจะเป็นโทโมะก็ได้.......แต่มันคงเป็นอย่างนั้นไปไม่ได้หรอก......คุณหมอคนดีจะมาสนใจอะไรกับเด็กเอาแต่ใจ ฟอร์มจัด แถมยังขี้เมาแบบผมด้วยหล่ะ



.........................................................................
.........................................................
...............................................



ผมลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกเดียวกับเมื่อวาน ห้องผมกำลังหมุนรอบตัวเอง แต่วันนี้ผมก็ลืมตัวตะโกนเรียกชื่อโทโมฮิสะออกไปจนได้ ขณะที่ผมกำลังจะหัวเราะเยาะตัวเองกลับมาเสียงตอบออกมาซะอย่างนั้น

"ครับ......ตื่นแล้วหรอ" ผมสะดุ้งลุกขึ้นมานั่ง แต่ก็ต้องทรุดตัวลงนอนอีกครั้งเมื่อรู้สึกมึนหัวอย่างช่วยไม่ได้


"มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงฮะ" ผมลืมตามองเค้าอีกครั้ง แสดงว่าเมื่อคืนคนที่ดูแลผมก็คือโทโมฮิสะ.....ใช่มั้ย???


"มาดูแลเด็กดื้อสิครับ ใครเตือนก็ไม่ฟัง เครียดเรื่องอะไรหรอครับต้องดื่มหนักขนาดนี้หลายๆวันติดกันหน่ะ" เอื้อมมือมาลูบหัวผมเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเหมือนรู้ทัน


"เปล่าครับ......ไม่ได้เครียดอะไร อยากดื่มก็ดื่ม ว่าแต่ โทโมะไม่เข้าเวรหรอฮะ" นี่มันก็สายจนเกินเวลาเข้างานประจำของโทโมะแล้วนิ่ อู้งานมาดูแลผมงั้นหรอ


"แลกเวรกับหมอคนอื่นหน่ะครับ ใครจะทิ้งให้คาซึยะตื่นมามึนหัวอยู่ได้ทุกวันจริงมั้ย" ยื้มอ่อนโยนอีกครั้ง ทั้งรอยยิ้มและคำพูดของเค้ากำลังทำให้ผมไหวหวั่น..........ที่อ่อนโยนเพราะรักผม........ใช่มั้ย


"ผมอยู่คนเดียวได้ ว่าแต่โทโมะเถอะ ผมว่าคุณคงลืม เราควรจะอยู่ห่างกันซักพักไม่ใช่หรอ" อยากจะกัดปากตัวเองนัก ทำไมผมถึงชอบประชดประชันจังนะ ทั้งๆที่ตัวเองก็อยากจะเจอใจจะขาด


"อยากให้เป็นแบบนั้นหรอครับ.......งั้นผมไปก็ได้นะ" ผมไม่ได้รู้สึกไปเองว่าแววตาของโทโมะเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เค้ามองมาที่ผมอย่างตัดพ้อ แล้วก็กำลังจะเดินออกจากห้องไป........

แต่เจ้ากรรมการกระทำของผมก็ไปเร็วกว่าเหมือนทุกทีนั่นแหละ มือผมรั้งข้อมือของเค้าเอาไว้ เอาน่าเป็นไงเป็นกัน คราวนี้ฟอร์มคุณหนูของผมมันคงไม่ได้ทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้นมาหรอกถ้าผมยังเก็บมันไว้กับตัว ทิ้งฟอร์มซักครั้งจะเป็นไรไป

"โทโมะ.........อย่าไปนะฮะ..........ผม.....ขอโทษ" โทโมฮิสะยังคงหันหลังให้ผมอยู่อย่างนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังน้ำตาคลอหน่วย แรงก็ใช่จะมีแต่ก็ยังฝืนลุกขึ้น กอดโทโมะเอาไว้.............ผมขาดโทโมะไม่ได้..............



โทโมฮิสะหันกลับมา กอดผมเอาไว้แน่น จูบหน้าผากผมเบาๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู..........


"อย่าไล่ผมไปไหนอีกนะครับ............ผมอยู่โดยไม่มีคาซึยะไม่ได้" แทนที่ผมจะหยุดร้องไห้ น้ำตาจากไหนไม่รู้กลับไหลออกมาไม่มีท่าทีจะหยุด โทโมะไล้มือปาดน้ำตาออกจากแก้มผมช้าๆ แตะริมฝีปากลงที่ปากของผม แค่ที่โทโมะทำก็ทำให้ผมแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว

"ผมรักคาซึยะ..............รู้รึเปล่าครับ" โทโมะกลับซิบที่ข้างหูผม.........รู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนวูบ ผมซุกหน้าลงกับบ่าของโทโมะอย่างช่วยไม่ได้ ผมอายนิ่


"ถ้าไม่บอก.......ก็ไม่รู้หรอกฮะ" ผมก็ยังคงไม่ทิ้งคราบคุณหนูฟอร์มจัดอยู่นั่นแหละ ก็มันเขินเกินกว่าจะให้ผมบอกว่า..........ผมก็รักโทโมะเหมือนกัน........


"ที่ผ่านมาไม่คิดว่าผมรักบ้างรึยังไง" น้ำเสียงโทโมะเหมือนจะตัดพ้อ แต่ติดจะขำเสียมากกว่า


"ไม่รู้นิ่........ก็โทโมะไม่เคยบอก ไม่เคยถาม ไม่เคยพูดอะไรซักคำ เอาแต่ให้ผมคิดเอง" แล้วผมก็อดตัดพ้อไม่ได้ ถ้าแค่บอกว่ารักผมซักคำผมก็ไม่ต้องมาทำตัวงี่เง่าแบบนี้หรอก


"คาซึยะก็ไม่เคยบอกผมเหมือนกันนิ่ครับ........." เล่นเอาผมพูดไม่ออกเลย แต่อยู่ดีๆจะให้ไปบอกรักใครก่อนเนี่ยนะ.....ไม่เอาหรอก


"มันไม่เหมือนกันนิ่ ผิดที่โทโมะนั่นแหละ" ยังคงป้ายความผิดใส่คนอื่นอยู่


"ก็ได้ครับ ผิดก็ผิด แต่ตอนนี้ผมบอกคาซึยะแล้วนะครับ........แล้วคาซึยะหล่ะรักผมบ้างรึเปล่า" มองลึกเข้ามาในตาผม แขนทั้ง 2 ข้างโอบผมเอาไว้ราวกับว่าผมจะหายตัวไปไหน


".............ผมก็..........รักโทโมะ" พูดจบก็ได้แต่ก้มหน้างุดๆอยู่กับแผงอกของคนตรงหน้า ตอนนี้ผมคงหน้าแดงไปหมด........น่าอายที่สุด แต่ก็ดีที่สุด.......

"ตกลงว่าตอนนี้ผมเป็นอะไรกับคาซึยะหรอครับ" ผมอมยิ้มเขินๆ อยากจะซัดซะแรงๆหากแต่แรงที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่พอ ทำไมชอบทำให้ผมเขินนะ ผมก็ยังคงเงียบไม่ตอบอยู่อย่างนั้น คิดเอาเองสิ..........


"อย่าเงียบแบบนี้สิครับ ตอบผมหน่อยนะ" ยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม จนจมูกเราชนกันแล้ว........ตากลมๆของโทโมะกำลังจ้องเข้ามาในตาผม ใจสั่นไปหมดแล้วให้ตายสิ


"..........โทโมะ........เป็น......คนรัก...ของผมครับ" พูดออกไปตะกุกตะกัก แต่ก็ฟังรู้เรื่องนะผมรู้ เพราะถึงไม่รู้เรื่องผมก็ไม่ยอมพูดอีกแล้ว


"คาซึยะก็เป็นคนรักของผมเหมือนกัน........." โทโมะกำลังจะกดริมฝีปากจูบผมอีกครั้ง แต่ผมเอานิ้วไปแตะปากเค้าไว้ก่อน
พอก่อนนะครับ.........ผมหมดแรงไปหมดแล้ว ยิ้มแหยๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งนะ ผมไม่มีแรงแล้วจริงๆ


"หมดแรง........เอาเถอะครับ ผมเอาวิตามินมาให้......แก้เมาค้างหน่ะครับ กินยาแล้วนอนพักซะ วันนี้ไม่มีสอนใช่มั้ย ไว้ค่ำๆผมแวะเข้ามาหาใหม่" ลูบหัวผมเบาๆ จัดแจงให้ทานยา ให้นอนลงแล้วห่มผ้าให้ จุมพิตที่หน้าผากแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องไป


"โชคดีนะครับ กลับมาเร็วๆนะผมจะรอ" พูดจบผมก็ซุกหน้าลงกับผ้านวมไปเลย แอบได้ยินโทโมะหัวเราะด้วย มีอะไรน่าขำเล่า ผมเขินเป็นนะ

ผมต้องกลายเป็น.......โรคติดโทโมฮิสะ.......แน่ๆเลย แค่ผมห่างกับเค้าไปเพียงอาทิตย์เดียวผมยังเป็นหนักขนาดนี้ แล้วถ้าต้องห่างกันไปนานๆผมไม่แย่เลยหรอ แต่คงไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอก โทโมะจะทิ้งผมได้ยังไงกันจริงมั้ย เราออกจะรักกัน.......แหะๆ เอาจริงๆก็รู้วันนี้แหละว่าเรารักกันจริงๆ นึกว่าจะมีแต่ผมทีรักโทโมะอยู่คนเดียวซะอีก เรื่องของผมก็มีเท่านี้แหละ............มีแค่ผม คาซึยะ รัก โทโมฮิสะ ที่สุด แค่นั้นก็พอแล้ว

 

 

FIN

 

 

 

edit @ 19 Oct 2007 14:59:56 by *-NuT-*

Comment

Comment:

Tweet

ฟิคน่ารักมากกกกก ชอบที่สุดเลยง่ะ

คุณหมอโทโมะกับคุณหนูคาซึยะ สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติเลย

เด๋วจะไปอ่านภาคโทโมะนะคะ

#1 By nanz (203.147.59.10) on 2006-05-05 11:43